สถานการณ์ระอุ! หลังพบ “เอเลี่ยนสปีชีส์” ปลาหมอคางดำ บุกยึดเขื่อนลำปาว กาฬสินธุ์ ยอดจับสะสมพุ่งไม่หยุดจาก 126 เป็น 132 ตัว ทั้งที่ชาวประมงยันไม่เคยเห็นมาก่อน ล่าสุดพรุ่งนี้ กรมประมงเปิดปฏิบัติการใหญ่ ตรวจ DNA เก็บตัวอย่างน้ำ 3-4 จุดเสี่ยง พร้อมรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ลงเรือตรวจเยี่ยมด้วยตัวเอง จับตาปมลักลอบปล่อยต้นตอปัญหา ก่อนลามเข้าคุกคามระบบนิเวศทั้งลุ่มน้ำ!

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” เอเลี่ยนสปีชีส์ตัวร้าย กำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด หลังพบการระบาดในพื้นที่เหนือเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยล่าสุดชาวประมงพื้นบ้านและประมงอาสาร่วมมือกันจับได้แล้วถึง 126 ตัว แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้มาก เนื่องจากอ่างเก็บน้ำมีพื้นที่กว้างใหญ่ ประกอบกับปลาชนิดนี้มีรูปร่างหน้าตาคล้ายปลานิลจนแยกได้ยาก

ทั้งนี้มีรายงานจากสำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ ชาวบ้านมงบ้านคำเขื่อนแก้ว อ.สามชัย จับปลาหมอคางดำเพิ่มอีก 6 ตัว ทำให้มียอดสะสมพุ่งสูงถึง 132 ตัว จากการตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่าต้นตอการระบาดเกิดจากการลักลอบนำมาปล่อย โดยพบจุดแรกที่บ้านนาอวน ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี ก่อนลุกลามไปยังบ้านท่าเรือ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ และจุดที่พบมากที่สุดคือบ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย อย่างไรก็ตามบรรยากาศการทำประมงในเขื่อนลำปาว ชาวประมงยังคงตกปลาและหาปลากันตามปกติ
ขณะที่นายสำรอง สายแสน ประมงพื้นบ้านวัย 70 ปี จากบ้านหาดทรายมูล ต.พิมูล ซึ่งกำลังตกปลาอยู่ที่อ่างเก็บน้ำห้วยวังลิ้นฟ้า เปิดเผยว่า หลังติดตามข่าวการระบาดตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน ทำให้ตนนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ที่เพื่อนชาวประมง 3 คนเคยไปตกเบ็ดบริเวณคลองเชื่อมเขื่อนลำปาว และได้ปลาลักษณะคล้ายปลานิลมาประมาณ 20 ตัว น้ำหนักตัวละ 3-5 ขีด ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีข่าวการระบาด จึงไม่มีใครสงสัยและนำมาปรุงอาหารกินตามปกติ

“ทุกวันนี้คิดว่าปลาหมอคางดำน่าจะแพร่พันธุ์ในเขื่อนลำปาวเรียบร้อยแล้ว แต่นอกเขตชลประทานยังไม่เคยพบเลยแม้แต่ตัวเดียว” นายสำรองกล่าว พร้อมยอมรับว่าชาวบ้านที่ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน อยากจับปลาชนิดนี้มาทำอาหารและแปรรูปขาย ทั้งปลาแห้ง ปลาแดดเดียว และปลาร้า เพียงแต่ยังไม่แน่ใจว่าจะมีจำนวนมากพอหรือไม่
ด้านนายวิชัย ศรีราชา ประมงพื้นบ้านวัย 52 ปี จากบ้านหนองแวงม่วง ต.กุดโดน อ.ห้วยเม็ก ระบุว่าปริมาณปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติลดลงทุกปีอยู่แล้วจากภาวะฝนน้อย และคนหาปลามากขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจ ยิ่งมาเจอปลาหมอคางดำที่ล่าปลาเล็กเป็นเหยื่อ ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ ขณะที่ปลานักล่าเจ้าถิ่นอย่างปลาชะโด ปลาบู่ ปลากด ปลาช่อน ที่ควรเป็นตัวคุมประชากรปลาหมอคางดำ กลับถูกชาวประมงจับไปเรื่อยๆ จนลดจำนวนลง
“นายวิชัยเสนอแนะว่า ภาครัฐไม่ควรมุ่งกำจัดปลาหมอคางดำเพียงอย่างเดียว แต่ควรจัดสรรงบประมาณเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดเศรษฐกิจและปลานักล่าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ปลาชะโด ปลาช่อน ปลากะพง ปลากราย ปลากดคัง และปลาเก๋า มาปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำ เพื่อฟื้นฟูสมดุลระบบนิเวศควบคู่กันไป“

ขณะที่บรรยากาศการซื้อขายที่ตลาดของป่าโสกหินขาว กลางป่าสงวนแห่งชาติดงระแนง รอยต่อ อ.ยางตลาด-อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ พบว่ามีบรรดาพ่อค้าแม่ค้านำของป่าที่เกิดตามฤดูมาวางแผงและจำหน่ายเป็นจำนวนมาก เช่น เห็ดป่า ผักป่า รวมทั้งสัตว์น้ำในฤดูฝน เช่น กบ ปลาไหล หอยนา ปลาส้ม ไข่ปลา ผลิตภัณฑ์จากเขื่อนลำปาว แต่จาการสอบถามแม่ค้าบอกว่า ไม่เคยปรากฏว่าไม่เคยมีใครนำปลาหมอคางดำมาจำหน่าย

นางสาวอัญชลี ศรีประพัฒนาวงศ์ อายุ 23 ปี แม่ค้าขายปลาแปรรูป เผยว่า ติดตามข่าวปลาหมอคางดำที่เขื่อนลำปาว ตนก็ให้ความสนใจมาก เพราะอยากจะเห็นตัวและนำมาจำหน่าย แต่จากการสอบถามเพื่อนแม่ค้าและคนหาปลา บอกว่ายังไม่มีใครนำปลาหมอคางดำมาขายที่นี่
ทั้งนี้หากมีใครจับปลาหมอคางดำได้ ตนก็อยากจะซื้อมาขาย ทั้งขายเป็นตัวและแปรรูปเป็นปลาส้ม ปลาแดดเดียว และทำปลาร้าสูตรปลาหมอคางดำ เพราะทุกวันนี้ปลาธรรมชาติค่อนข้างจะหาน้อย ไม่เพียงพ่อต่อความต้องการของลูกค้า หากได้มาปลาคางดำมาขายในรูปแบบต่างๆคงจะขายดีมาก เพราะเป็นของแปลกและกำลังเป็นกระแสโด่งดังอยู่ในขณะนี้

ส่วนที่สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ นางสายฝน เสียงหวาน หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านประมง ,นายมลากูล ฉายแสง นักวิชาการประมงชำนาญการ สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ และ นายสันติ ปานนุสา นักวิชาการปฎิบัติการกลุ่มความหลากหลายทางชีวภาพสัตว์น้ำจืด กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง กระทรงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประชุมเตรียมปฎิบัติการรณรงค์ป้องกันปลาหมอคางดำ

โดยในวันพรุ่งนี้ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ อธิบดีกรมประมง จะเดินทางมาสำรวจพื้นที่และวางแผนการป้องกัน โดยมี นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผวจ.กาฬสินธุ์ จะนำฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ ประกอบด้วย อ.สหัสขันธ์ อ.สามชัย อ.หนองกุงศรี อ.ยางตลาด อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.คำม่วง ฯ และอาสาสมัครเครือข่ายประมงร่วมปฏิบัติการ

โดยการปฎิบัติการนอกจากการรณรงค์ จะมีการเก็บตัวอย่างน้ำในเขื่อนลำปาวที่พบปลาหมอคางดำเพื่อพิสูจน์ว่าในเขื่อนลำปาวมีปลาชนิดใดบ้าง จากที่ นักวิชาการด้านประมง มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เคยระบุไว้ว่า น่าจะเหลือปลาน้ำจืดในเขื่อนลำปาว ประมาณ 84 ชนิด จากเดิมที่เคยสำรวจไว้เมื่อปี 2545-46 การสำรวจจึงมีความสำคัญในการพิจารณาแนวทางการป้องกันปลาหมอคางดำและการเพิ่มจำนวนประชากรปลาน้ำจืดให้มากยิ่งขึ้น

นายสันติ ปานนุสา นักวิชาการปฎิบัติการกลุ่มความหลากหลายทางชีวภาพสัตว์น้ำจืด กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการเก็บตัวอย่างน้ำ เพื่อติดตามร่องรอยปลาหมอคางดำในบริเวณเขื่อนลำปาว โดยกรมประมงมุ่งเน้นสุ่มเก็บตัวอย่าง 3–4 จุดสำคัญ เช่น จุดต้นน้ำที่อำเภอท่าคันโทเพื่อเฝ้าระวังการแพร่กระจาย และจุดประตูระบายน้ำซึ่งเป็นจุดเสี่ยงสูงต่อการหลุดรอดหากมีการเปิดประตู การวิเคราะห์ใช้วิธีตรวจ DNA ที่ปะปนในน้ำเพื่อดูชนิดพันธุ์ปลา โดยร่วมมือกับ สวทช. และใช้เวลาไม่เกิน 14 วัน
ทั้งนี้ การตรวจสามารถบอกได้เพียงสัดส่วนชนิดปลาและภาวะการถูกแทนที่ด้วยปลาหมอคางดำ แต่ไม่สามารถระบุต้นตอที่มาได้ สำหรับลักษณะของปลาหมอคางดำ มีสรีระลำไส้ยาวคล้ายปลานิลจึงกินพืชเป็นหลัก แต่หากขาดแคลนอาหารก็สามารถกินได้ทั้งพืชและสัตว์ ส่วนสาเหตุที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ภาคกลางและ 3 พื้นที่สมุทร มีความกังวลอย่างมาก เนื่องจากปลาหมอคางดำเข้าไปแย่งอาหาร แย่งพื้นที่บ่อเลี้ยง และกินลูกกุ้งตัวเล็ก จนทำให้ผลผลิตกุ้งลดลงและกระทบต่อเศรษฐกิจหลักในพื้นที่
ด้าน นายบุญธง เภาเจริญ ประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าว่า ในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 26 กันยายน) คณะรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ จะเริ่มลงเรือบริเวณสะพานเทพสุดาเพื่อตรวจเยี่ยมและสอบถามข้อมูลการเลี้ยงปลานิลในกระชังที่บริเวณนาอวน ต.หนองสวง ก่อนขึ้นฝั่งรับฟังข้อห่วงใยและผลกระทบเรื่องปลาหมอคางดำจากกลุ่มเกษตรกรและชาวประมงรอบเขื่อน จากนั้นจะเดินทางต่อพร้อมผู้ว่าราชการจังหวัดโดยเรือกรมประมงไปยังบ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย เพื่อจัดกิจกรรมให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญในการสังเกตข้อแตกต่างระหว่างปลานิลกับปลาหมอคางดำ

อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากกลุ่มประมงและเจ้าหน้าที่จาก จ.อุดรธานี เข้าร่วมกิจกรรมลงแขกจับปลาสำรวจ ซึ่งชาวประมงประมาณ 30 ราย ได้เริ่มวางข่าย วางรอบ และวางตุ้มไว้ตั้งแต่คืนก่อนหน้า และจะร่วมกันกู้เครื่องมือจับปลาพร้อมทอดแหในช่วงเที่ยงของวันกิจกรรม เพื่อนำปลามาตรวจสอบและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่

“ทั้งนี้สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์วางแผนงานหลัก 2 กิจกรรมเพื่อรับมือปลาหมอคางดำ ได้แก่ การจัดหาเครื่องมือประมงสนับสนุนชาวประมงในเขื่อนโดยเน้นที่ “ตุ้ม” ซึ่งจากการสำรวจพบว่าเป็นเครื่องมือที่จับปลาได้มากที่สุด เพื่อเพิ่มจำนวนเครื่องมือให้ชาวประมงนำไปจับปลาหมอคางดำได้มากขึ้น และการปล่อยปลาผู้ล่าที่เป็นปลาเศรษฐกิจมูลค่าสูงเป็นระยะ เช่น ปลาช่อน ปลากราย ปลากดเหลือง ปลากดคัง ปลาเนื้ออ่อน และปลาสลาด เพื่อช่วยควบคุมประชากรปลาหมอคางดำ พร้อมทั้งสร้างประโยชน์สองต่อให้ชาวประมงสามารถจับปลาผู้ล่าเหล่านี้มาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้เพิ่มเติม
