นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม มอบนโยบายสำคัญของรัฐบาลแก่ส่วนราชการและประชาชน เน้นขับเคลื่อนประเทศด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน


วันที่ 7 ตุลาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อมอบนโยบายสำคัญของรัฐบาลแก่ผู้บริหารส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ โดยมี น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย พร้อมด้วย นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ รองหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ร่วมด้วย
โดยมี นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ รวมถึงนายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน และประชาชนเข้าร่วมรับฟังนโยบาย ที่โรงเรียนเซนต์ยอแซฟนครพนม (สันตยานันท์) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม
นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายสำคัญโดยเน้นย้ำให้จังหวัดนครพนมเป็นพื้นที่ต้นแบบในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการส่งเสริม “มหกรรมไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม” ซึ่งถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด พร้อมสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน


โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และได้พบปัญหาค่าใช้จ่ายในการฟอกไตของประชาชนในพื้นที่อำเภอศรีสงคราม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดัน “นโยบายฟอกไตฟรีทั่วประเทศ” โดยมีที่มาจากการตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลศรีสงคราม
นอกจากนี้ได้เน้นย้ำถึง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการบริโภค ที่รัฐบาลจะเร่งดำเนินการในระยะต่อไป โดยเฉพาะโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชนสามารถใช้จ่ายได้วันละ 200 บาท เป็นเวลา 2 เดือน เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในตลาดชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังได้ออกมาตรการ ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและลูกหนี้รายย่อย โดยให้พักชำระหนี้และปรับโครงสร้างหนี้สำหรับผู้ที่มีหนี้ไม่เกิน 100,000 บาท รวมถึงเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการรายย่อยด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงินรายละเกิน 1 ล้านบาท เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ และเกิดการจ้างงานในพื้นที่
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง มีทั้งความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระธาตุพนม ความศรัทธาในองค์พญาศรีสัตตนาคราช และวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงที่งดงาม ซึ่งเมื่อรัฐบาลร่วมมือกับท้องถิ่นในการส่งเสริมกิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น มหกรรมไหลเรือไฟ ก็จะช่วยให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดนครพนมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
